อาณาจักรล้านนา (พ.ศ.1839 - พ.ศ.2318) มีพื้นที่ ครอบคลุม 8 เมืองได้แก่ เมืองลำพูน เมืองนครลำปาง เมืองแพร่ เมืองน่าน เมืองพะเยาเมืองเชียงราย เมืองเชียงใหม่ และเมืองเชียงแสน โดยเรียงลำดับไปตามอายุการสร้างของเมือง ในศิลปะล้านนายุคหลังหรือยุคฟื้นฟู ในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 24 (พ.ศ.2301 - 2400) ถึงปลายพุทธศตวรรษที่ 25 (พ.ศ.2401 - 2500) มีสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมรวมถึงผ้าทอมีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปจากศิลปะล้านนายุคดั้งเดิม เนื่องจากล้านนาล่มสลายในช่วงต้น พุทธศตวรรษที่ 24 จากผลการทำสงครามกับพม่า สร้างความเสียหายกับบ้านเมืองในอาณาจักรล้านนามาก รวมถึงมีการเคลื่อนย้ายถ่ายเทผู้คนพลเมืองจากดินแดนอื่น ๆ เข้ามาเป็นพลเมืองล้านนา รวมทั้งล้านนามีฐานะเป็นประเทศราชกรุงเทพฯ ศิลปะล้านนายุคหลังจึงเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะล้านนายุคดั้งเดิมกับศิลปะรัตนโกสินทร์ รวมทั้งมีศิลปะพื้นถิ่นอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องค่อนข้างมาก (สุรพล ดำริห์กุล, 2561). ผ้าทอล้านนาที่พบมีความหลากหลาย ทั้งนี้ ด้วยมีกลุ่มชนหลายชาติพันธุ์อาศัยอยู่ ทั้งที่อยู่อาศัยแต่เดิมและอพยพเข้ามา โดยมีพื้นที่อาศัยอยู่ทั้งที่พื้นราบและในเขตภูเขา อาทิ ไทยยวน (คนเมือง) ไทลื้อ ลาว ไทใหญ่ หรือเงี้ยว กระเหรี่ยง มอญ ลัวะ และชนกลุ่มน้อยเผ่าต่าง ๆ เช่น ม้ง เย้า อีก้อ ลีซอ มูเซอ เป็นต้น ดังนั้น ผ้าทอพื้นเมืองที่พบในดินแดนล้านนาจึงมีรูปแบบ เทคนิค ลวดลาย ที่แตกต่างกันตามท้องถิ่นและลักษณะชาติพันธุ์ของกลุ่มชนเหล่านั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ อย่างไรก็ดี ความแตกต่างของผ้าทอเหล่านั้น ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องอยู่ที่เทคนิคที่ใช้ในการทอผ้าแต่ละชนิด ซึ่งเทคนิคการทอผ้าแบบต่าง ๆ ที่พบในดินแดนล้านนา ประกอบด้วย เทคนิคมัดหมี่ เทคนิคจก เทคนิคขิด เทคนิคยกดอก เทคนิคเกาะ หรือล้วง เทคนิคมุก 

          การรักษาคุณค่าลายผ้าล้านนาสู่การเพิ่มมูลค่าด้วยทุนทางวัฒนธรรม ด้วยกระบวนการสังเคราะห์และจัดกลุ่มลวดลายและเรื่องราวของลายผ้าทอล้านนาผสานแนวคิดความเป็นสิริมงคล เพื่อสร้างแนวทางการรักษาคุณค่าและเพิ่มมูลค่าลายผ้าล้านนาด้วยทุนทางวัฒนธรรมในรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่และยกระดับผลิตภัณฑ์เดิม ผ่านเรื่องราวความเป็นสิริมงคลของลายผ้าทอล้านนาเพื่อให้กลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME) รวมถึงกระบวนการสร้างเครือข่าย ทุนทางวัฒนธรรม ในภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้ผู้ประกอบการ หรือสมาชิกชุมชนที่เป็นแหล่งทุนทางวัฒนธรรม มีแนวคิด แนวทางในการยกระดับผลิตภัณฑ์เดิม หรือเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น เครื่องประดับตกแต่งร่างกาย ผลิตภัณฑ์เพื่อการท่องเที่ยว ที่สามารถสื่อสารคุณค่าความหมายของลายผ้าทอล้านนา ระหว่างผู้ประกอบการกับผู้บริโภคได้อย่างถูกต้อง ผ่านกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้ ผลงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ตรงตามความต้องการ เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรวมถึงรายได้ต่อไป