แม่แจ่ม เป็นอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ โดยแยกออกจากอำเภอจอมทอง เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2499 มีชื่อเสียงในเรื่องของผ้าซิ่นตีนจกซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของอำเภอแม่แจ่ม ผ้าทอแม่แจ่มมักใช้การจก หมายถึง การใช้ขนเม่นกดด้ายเส้นยืนลงตามแบบของลวดลาย (เต็ก) หลังจากนั้นใช้ขนเม่นล้วงด้ายที่อยู่ด้านล่างของการทอขึ้นด้านบน (ก๊อน) การทอด้านหน้า (ด้านนอก) ของผ้าจะอยู่ด้านล่าง ส่วนด้านล่าง (ด้านใน) ของผ้า ด้านที่มีเงื่อนจะอยู่ด้านบน
Previous
แม่แจ่ม เป็นอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ โดยแยกออกจากอำเภอจอมทอง เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2499 มีชื่อเสียงในเรื่องของผ้าซิ่นตีนจก ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของอำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่แจ่มหรือ "เมืองแจ๋ม" นั้นแต่เดิมเรียกกันว่า "เมืองแจม" มีตำนานว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระมหากัจจายนะได้จาริกผ่านมาทางยอดดอยอ่างกา (ดอยอินทนนท์) เช้าวันหนึ่งเมื่อพระองค์เสด็จออกบิณฑบาตโปรดสัตว์ มีย่าลัวะเฒ่า (หญิงชราชาวลัวะ) คนหนึ่งนำปลาปิ้งเพียงครึ่งตัวมาใส่บาตรถวาย พระบรมศาสดาทอดพระเนตรด้วยความเมตตาและความสงสัย จึงตรัสถามย่าลัวะว่า "แล้วปลาอีกครึ่งตัวล่ะอยู่ไหน" ย่าลัวะทูลตอบว่า "เก็บไว้ให้หลาน" พระองค์จึงทรงรำพึงว่า "บ้านนี้เมืองนี้มันแจมแต๊นอ" (= เมืองนี้ช่างอดอยากจริงหนอ) ซึ่งต่อมาดินแดนนี้จึงได้ชื่อว่า "เมืองแจม" คำว่า "แจม" เป็นภาษาลัวะแปลว่า มีน้อย ไม่พอเพียง หรือขาดแคลน ต่อมาเมื่อกลุ่มคนไท-ยวน (ไต) มาอยู่ จึงเรียกชื่อตามสำเนียงไท-ยวนว่า "เมืองแจ๋ม" และเพี้ยนเป็นเมืองแจ่มหรือ "แม่แจ่ม" อันเป็นนามมงคล หมายถึงให้เมืองนี้เป็นเมืองแห่งความแจ่มใส ลบความหมายของคำว่า "แจม"
เอกลักษณ์ผ้าทอแม่แจ่ม
ผ้าทอแม่แจ่มมักใช้การจก หมายถึง การใช้ขนเม่นกดด้ายเส้นยืนลงตามแบบของลวดลาย (เต็ก) หลังจากนั้นใช้ขนเม่นล้วงด้ายที่อยู่ด้านล่างของการทอขึ้นด้านบน (ก๊อน) การทอด้านหน้า (ด้านนอก) ของผ้าจะอยู่ด้านล่าง ส่วนด้านล่าง (ด้านใน) ของผ้า ด้านที่มีเงื่อนจะอยู่ด้านบน
ลักษณะพิเศษและเทคนิควิธีของการทอผ้าจกลวดลาย มีดังนี้
1) ผ้าเช็ดหลวง (ผ้าพาด) ใช้ฝ้ายเมืองหรือฝ้ายพ่ายในการทอ การทอจะทอช่วงบนขาว ด้านล่างจกลวดลายเป็นช้างเครื่อง ม้าเครื่อง คน ฯลฯ ด้วยฝ้ายสีต่าง ๆ (ส่วนมากใช้สีน้ำเงิน (ฮ่อม) - แดง) ส่วนปลายล่างสุดมัด – ผูก เป็นชายครุยแบบต่าง ๆ ไม่ซ้ำกัน (ถ้าหากว่าผู้มัด-ผูกชายครุยนั้น
มีประสบการณ์ ซึ่งการผูก – มัดชายครุยนี้จะเหมือบกับเทคนิคของฝรั่ง ซึ่งเรียกว่า “มาคราเม”) ขนาดของผ้าเช็ดหลวงมีขนาดกว้าง 50 ซม. ยาว 100 ซม. โดยประมาณ ใช้สำหรับพาดไหล่ไปวัด ใช้รองกราบพระหรือคลุมศีรษะกันแดดร้อน ในบางครั้งอาจะใช้แทนพัดในการไล่ยุง หรือพัดแก้ร้อนได้
2) ผ้าเช็ดน้อย (ผ้าเช็ดหน้า) มีลักษณะการทอ เทคนิคและลวดลายเช่นเดียวกันกับผ้าเช็ดหลวง แต่มีขนาดเล็กกว่า กว้างประมาณ 20 - 25 ซม. ยาวประมาณ 25 – 30 ซม. ใช้สำหรับเช็ดหน้า
เช็ดปาก หรือเช็ดมือ
3) ผ้าหลบ (ผ้าปูที่นอน) มีลักษณะการทอ เทคนิค วิธีการทอเช่นเดียวกับผ้าเช็ดหลวง
แต่แตกต่างกันขนาดและลวดลายจก ผ้าหลบมีความกว้าง 100 ซม. ยาว 170 ซม. ส่วนลวดลายมัก
จะจกด้วยด้านน้ำเงิน (ฮ่อม) ดำ และแดง เป็นรูปช้าง ขอธรรม ม้าน้อย ม้าเครื่อง ไก่ ฯลฯ ด้านล่างสุดไว้เป็นชายครุยมัดเป็นแบบต่าง ๆ ตามแบบของช่างแต่ละคน
4) ตีนจก เป็นผ้าที่จกลวดลายด้วยฝ้ายพ่ายออกโทนเหลือง สีอ่อนเส้นยืนเป็ฯฝ้ายเกลียวสีแดงทั้งผืน หรือบางครั้งใช้เป็นฝ้ายเกลียวสีแดงและฝ้ายเกลียวสีดำ ขนาดตีนซิ่นยาว 170 – 180 ซม. กว้างประมาณ 30 – 45 ซม.
5) หน้าหมอน เป็นผ้าจกที่ลวดลายไม่สลับซับซ้อน มีลวดลายง่าย ๆ ใช้สีแตกต่างจากตีนซิ่น โดยสิ้นเชิง เส้นยืนและเส้นพุ่งจะเป็นสีขาว ดังนั้นลวดลายหน้าหมอนจึงเป็นลวดลายที่มีสีสดอยู่บนพื้นขาว ลวดลายที่พบมักเป็นลวดลายประเภทสัตว์ พืชพรรณไม้ สิ่งของ เครื่องใช้และในบางครั้งจะมีลวดลายที่มาจากตีนซิ่นบ้าง แต่ไม่มากนัก มีเฉพาะบางลาย เช่น นกนอน แต่ได้มีการผสมผสานระหว่างลวดลายขึ้นใหม่